จากกรณีที่ “พระนครสาส์น” ได้นำเสนอข้อมูลเรื่อง ยุบพรรค ภูมิใจไทย! อนุกกต.ฟันปมปกปิดค่าใช้หาเสียง-รับบริจาคเงินไม่ชอบ ชง กกต.ใหญ่-ศาล รธน.ลงดาบ ( http://www.phranakornsarn.com/democrat/1862.html )

และ เปิดชื่อ 12กก.บห.ภูมิใจไทย ชุด ล้างคอ-ขึ้นเขียง ศาลรัฐธรรมนูญ วัดดวงยุบพรรค ตัดสิทธิ์ 5ปี! http://www.phranakornsarn.com/cockroach/1880.html )

ไปเมื่อ 24 สิงหาคม 2556   โดยมีเนื้อหาถึงกรณีที่ คณะอนุ กกต. มีความเห็นควรให้ยุบพรรคภูมิใจไทย ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 94 (5) ประกอบมาตรา 65 เนื่องจากพรรคภูมิใจไทย ได้รับเงินบริจาคจากบุคคลภายในพรรคภูมิใจไทย เพื่อไปทำการเช่าพื้นที่หน้าด่านเก็บเงินของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อแจกแผ่นพับโฆษณาประชาสัมพันธ์แนะนำนโยบายพรรคภูมิใจไทย ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 แต่กลับปรากฎว่าเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่ได้ปรากฏในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคภูมิใจไทย ที่แจ้งต่อ กกต.

ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ อนุ กกต. ต้องแจ้งผลสรุปการไต่สวนและความเห็นให้ยุบพรรคภูมิใจไทย ดังกล่าวไปยัง นายทะเบียนพรรคการเมือง โดยความเห็นของ กกต.แจ้งต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคต่อไป

ล่าสุด 26 สิงหาคม 2556 “เว็บไซด์มติชนออนไลน์” ได้นำเสนอความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว โดยมีเนื้อหาว่า “สะพัดกกต.จ่อยุบ”ภูมิใจไทย” ไม่แจ้งค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง รอนายทะเบียนชี้ขาด “อนุทิน”พูดเป็นนัยแบบปลงๆ”  ( http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1377487583&grpid=00&catid=&subcatid= )

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอนุกรรมการในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเสนอ กกต.ชุดใหญ่ ให้ยุบพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หลังจากที่มีผู้ร้องเรียนต่อ กกต. ให้พิจารณายุบ ภท. ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2556 โดยระบุว่า ภท.ไม่แจ้งค่าใช้จ่ายในเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ไว้ในรายงานประจำปีที่จะต้องแจ้งต่อ กกต. ทั้งในส่วนของค่าเช่าพื้นที่ด่านเก็บเงินของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ในการยืนแจกเอกสารหาเสียงของพรรค ประมาณ 300 ด่าน เป็นเวลา 2 วัน รวมไปถึงค่าขนส่งเอกสารดังกล่าว โดยอาจจะเข้าข่ายผิดมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ประกอบมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

จากนั้นที่ประชุม กกต.ได้มีมติเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 เห็นชอบตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้เสนอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงคำร้องขอให้ กกต.พิจารณาสั่งยุบพรรคภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การดำเนินการของคณะอนุ กกต.ได้ดำเนินการไต่สวนแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว เห็นควรเสนอให้นายทะเบียนพรรคการเมือง โดยความเห็นชอบของ กกต.แจ้งต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบ ภท. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 94 (5) ประกอบมาตรา 65 เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยได้รับเงินบริจาคจากบุคคลภายในพรรคภูมิใจไทย เพื่อไปเช่าพื้นที่หน้าด่านเก็บเงินของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อแจกแผ่นพับโฆษณาประชาสัมพันธ์แนะนำนโยบายพรรคภูมิใจไทย แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเงินดังกล่าว ไม่ได้ปรากฏในบัญชีแสดงรายรับจากการบริจาคของพรรคภูมิใจไทย

2

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวในเวทีปฏิรูปการเมือง ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า อีกไม่กี่สัปดาห์ก็ไม่รู้จะมีพรรคภูมิใจไทยเหลือในระบบของพรรคการเมืองไทยหรือเปล่า เพราะมีคนไปร้องในการใช้จ่ายเงินบริหารพรรค ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงบกพร่อง

“แต่ไม่เป็นไร เหมือนอย่างที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา บอกว่าภาพลักษณ์การเมืองตกต่ำมาก ทำอะไรนิดหน่อยก็ประหารชีวิตอย่างเดียว คนทำผิดไม่กี่คนแต่คนที่ไม่เกี่ยวข้องก็โดนหมด การเมืองจึงได้เป็นอย่างทุกวันนี้ ถ้าจะโดนยุบพรรคอีกครั้งก็เป็นแฮตทริก ครั้งที่ 3 แต่ที่ผ่านมาผมยังไม่ถูกเว้นวรรค 5 ปี เพราะเป็นเรื่องกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม หากเกิดอะไรขึ้นคุณพ่อ (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ก็รับไป” นายอนุทินกล่าว

 นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการ ภท. กล่าวว่า ทราบว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุ กกต. ถือว่ายังอยู่ในชั้นความลับ ไม่ควรที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะ เชื่อว่าน่าจะมีเบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม หากอนุ กกต.ส่งเรื่องไปให้ กกต.ชุดใหญ่ ทาง กกต.จะต้องให้ทางพรรคไปชี้แจง ซึ่งต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน ซึ่งทางพรรคพร้อมที่จะชี้แจงอยู่แล้ว เพราะไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา

ในส่วนของ นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงจะเสนอเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อขอความเห็นชอบจาก กกต.ยุบ ภท.ว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ ภท.แจกแผ่นพับหาเสียงที่หน้าด่านเก็บเงินของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยนายธนชาติ แสงประดับ ธรรมชาติ สมาชิก ภท.เป็นผู้ดำเนินการ แต่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ซึ่งสำนวนยังไม่มาถึง กกต.ชุดใหญ่ เพราะสำนวนจะต้องส่งไปยังนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองให้ความเห็นชอบก่อนว่าจะดำเนินการยุบ ภท.หรือไม่ ถ้าไม่ยุบ ภท.ต้องนำแจ้งต่อที่ประชุม กกต.เพื่อทราบ

“หากนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับสำนวนแล้วเห็นควรให้ยุบ ภท.ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุม กกต.ก่อนเพื่อให้ กกต.อีก 4 คน ได้ลงมติว่าจะยุบพรรคหรือไม่ ถ้าเห็นชอบตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอให้ยุบพรรคก็ต้องแจ้งไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญ คิดว่าสำนวนดังกล่าวน่าจะดำเนินการเสร็จแล้วแต่จะต้องส่งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณา ว่าจะยุบหรือไม่ยุบ ภท. เพราะนายทะเบียนพรรคการเมืองมีอำนาจใหญ่ที่สุดในกรณีดังกล่าว” นางสดศรีกล่าว

Related News

Share

About Author

mark

(0) Readers Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>