ใครจะไปคิดว่า “พรรคการเมือง” ที่พร่ำกล่าวหาผู้อื่น ที่ไม่ใช่พวกตัวเองว่า “ทำลายชาติ-ไม่รักชาติ-ขายชาติ” ไปจนถึงการกล่าวหาร้ายๆ แรงๆว่า “สมคบคิดกับต่างชาติ เอาทรัพยากรของชาติไปแลกกับผลประโยชน์ของตัวเอง” นั้น ในวันหนึ่งจะมีข้อมูลการกระทำของ “คนพรรคประชาธิปัตย์” ที่อาจจะเข้าข่าย “ข้อกล่าวหา” มักใช้ในการกล่าวหาผู้อื่น 

ซึ่งในหลายเรื่องๆ ที่เริ่มทยอยเปิดเผยกันออกมานั้น มีอยู่ “เรื่องหนึ่ง” คือ กรณีกระแสข่าวการแอบไปซด “แกงเลียง” ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” สมัยเป็น “รองนายกรัฐมนตรี” รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีข่าวว่าได้หอบ “บล็อกแผนที่น้ำมันทางทะเล” ติดมือไปด้วยนั้น กลับดูคล้ายๆว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปตาม “ข้อกล่าวหา” ที่พรรคประชาธิปัตย์พร่ำพูด 

และยังเป็นสิ่งที่ต้องการ “คำตอบ” ที่ชัดเจนจาก “คนพรรคประชาธิปัตย์” ว่าพฤติกรรม “ลับๆล่อๆ” เช่นนี้นั้น เข้าข่าย “ข้อกล่าวหา” ที่ “พรรคประชาธิปัตย์” มักใช้ในการ “กล่าวหา” ผู้อื่นด้วยหรือไม่
โดย แถลงการณ์ขององค์การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2554 ตอนหนึ่งระบุว่า “ในระยะสามปีที่ผ่านมานี้ แม้ไม่ใช่การประชุมคณะกรรมการเทคนิคร่วม (JTC) อย่างเป็นทางการก็ตาม รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ต่อสัมพันธ์กับรัฐบาลกัมพูชา เพื่อเจรจาปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลหลายครั้ง รวมทั้งมีการประชุมระหว่างสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ในพระราชอาณาจักรกัมพูชา และอดีตรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ และอดีตรัฐมนตรีกลาโหม ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2552 ที่ จ.กณดาล ประเทศกัมพูชา และการพบกันอย่างลับ ๆ ระหว่างนายสุเทพ และรองนายกรัฐมนตรี ซก อาน ที่ฮ่องกง เมื่อ 1 สิงหาคม 2552 และที่คุนหมิง วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 ในระหว่างการพบกันนั้น นายสุเทพได้แจ้งความต้องการอย่างสูงที่จะแก้ปัญหานี้ให้จบในสมัยของรัฐบาลอภิสิทธิ์
การเจรจาลับเกิดขึ้นตามการร้องขอของอดีตรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ยืนยันว่าได้รับการแต่งตั้งจากอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ซึ่งกัมพูชาไม่เห็นว่าเหตุใดต้องมีการเจรจาเป็นการลับ? ในช่วงของรัฐบาลก่อน ๆ ทุกการเจรจาทำขึ้นอย่างเปิดเผย แต่ถูกกล่าวหาจากพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีผลประโยชน์ซ่อนเร้น กัมพูชามีความเคลือบแคลงอย่างมากว่า เหตุอะไรรัฐบาลอภิสิทธิ์มีความจำเป็นต้องทำการเจรจาลับ? ประชาชนไทยหรือสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้ทราบเกี่ยวกับการเจรจานี้ด้วยหรือไม่? ในขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านปัจจุบัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ชี้แจง”

แกง
ไม่เพียงเท่านั้น ก่อนหน้านี้ “สมเด็จ ฮุน เซน” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลกรณีดังกล่าว โดยมีการนำเสนอเนื้อหาทั้งสื่อมวลชนกัมพูชาและสื่อไทยแทบทุกสำนัก เนื้อหาว่า “สิ่งที่เราต้องการพูดถึงในตอนนี้คือ ไม่ว่าจะมีการเจรจาทั้งเปิดเผย และทางลับ การเจรจาทั้งหมด ไม่เกิดผลแต่อย่างใด และไม่มีเรื่องผลประโยชน์ซ่อนเร้นแต่อย่างใด เหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวหา ผมต้องแจ้งให้กับทางฝ่ายไทย ทราบว่า ใครคือคนที่เริ่มต้นเปิดการเจรจาลับ

ในยุคของทักษิณ เรามีการเจรจาอย่างเปิดเผย ส่วนนายสมัคร สุนทรเวช มากรุงพนมเปญ ก็พูดกับผมเปิดเผยในการเจรจา ไม่เหมือนกับรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่บอกตลอดว่า ตนเองโปร่งใส ผมไม่เคยได้เตรียมการ สำหรับการเจรจากับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคงของไทย และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่อย่างใด

นายสุเทพ มากัมพูชา 3 ครั้ง ครั้งแรกในเดือนเมษายน ตอนนั้นมาไกล่เกลี่ยเพื่อรับรองให้ผมไปร่วมการประชุมอาเซียน ที่พัทยา หลังจากมีเรื่องในสภาไทย ที่นายกษิต ภิรมย์ เรียกผมว่า เป็นนักเลง และก็มีการทำหนังสือขอโทษ ครั้งที่ 2 นายสุเทพ มากัมพูชาอีก พร้อมกับ รมว.กลาโหม แล้วก็ได้มีการหารือหลาย ๆ เรื่อง โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องน้ำมันเลย และในวัน ที่ 27 มิถุนายน ภริยาผมทำอาหารเลี้ยงส่วนตัว คือ ทำแกงเลียงให้เขารับประทาน หากแต่เรื่องที่แปลกคือ นายสุเทพ ได้นำเอกสารแผนที่เกี่ยวกับบล็อคน้ำมันทางทะเลมาด้วย

นายสุเทพ ได้บอกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แต่งตั้งเขาให้มาเจรจากับ สมเด็จฮุนเซน ให้เสร็จภายในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ และเขาไม่ต้องการเจรจากับ รองนายกรัฐมนตรี ซก อาน เขาต้องการเป็นคู่เจรจากับ สมเด็จฮุนเซน ผมได้บอกเขาไปว่า ผมมีรองนายกรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ และไม่สามารถที่จะเจรจากับเขาได้ นายสุเทพ ต้องการที่จะเจรจาเรื่องพื้นที่ทางทะเล และการเจรจาเบื้องต้นได้เกิดขึ้นที่ตาเคมา จ.กันดาล และตอนนั้นเราได้ต้อนรับเขาด้วยแกงเลียง และไม่มีการเจรจาด้วยเรื่องอื่น ๆ การเจรจาเริ่มต้นที่ตาเคมา และการเจรจาที่ฮ่องกง และที่คุนหมิง ประเทศจีน เป็นการเจรจาครั้งต่อมา
ผมไม่ต้องการพูดถึง นายอภิสิทธิ์ เขาเป็นคนที่ไม่ชัดเจน หรือว่า ผมควรสอนเขาอีกครั้ง ผมขอแนะนำให้นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพไปตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดให้ถูกต้อง ถึงกฎหมายมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญไทย ให้มากกว่านี้ ซึ่งหลังจากที่ นายอภิสิทธิ์ พ้นจากตำแหน่ง นายอภิสิทธิ์ ก็มาโจมตีกัมพูชา และผมได้แจ้งกลับไปที่ นายอภิสิทธิ์ ว่า ถ้าหากว่า รัฐบาลที่ผ่านมา ไม่พอใจกัน แล้วใครกันที่เป็นคนส่งคนมาเจรจาลับ แต่ถ้าหากว่า เขาอยากรู้ว่า เจรจาลับ หมายถึงอะไร ต้องเริ่มต้นที่ตาเคมา จ.กันดาล และผู้นำเอกสารมา คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดย พล.อ.เตีย บัญ, ลี ยงพัต และ คำปูน ซท ก็ได้เห็นเอกสารนี้ทั้งหมด…
ซึ่งเมื่อ 24 มกราคม 2556 “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ชี้แจงถึงเรื่องนี้ โดยยอมรับว่า ในขณะเป็นรัฐบาลนายสุเทพ เดินทางไปเจรจากับทางผู้นำกัมพูชาจริง 2 ครั้งแต่เป็นแค่การ “เจรจานอกรอบ” ตบท้ายด้วยการไม่เข้าใจว่าคนที่เอาเรื่องการเจรจาลับมาพูดอีกนั้นเป็นโฆษกของกัมพูชาใช่หรือไม่” ??
ประชาธิปั๊ด…ประชาธิปัตย์ !!!

Related News

Share

About Author

mark

(0) Readers Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>